ความรู้สำหรับเด็ก เสริมความรู้สำหรับเด็ก เลี้ยงลูกให้ฉลาด

เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด เช้า เย็น คลิปเรียนภาษาอังกฤษ

เคล็ดลับ เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด เช้า เย็น คลิปเรียนภาษาอังกฤษ
ฝึกพูดภาษาอังกฤษ , คลิปเรียนภาษาอังกฤษ, เรียนภาษาอังกฤษ, เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด

เคล็ดลับ เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด เช้า เย็น คลิปเรียนภาษาอังกฤษ
อ่านบทความ-เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเต­ิม (ฟรี) ได้ที่
www.ThaiBizSolutions.com และ www.NakedEnglish.net
หัวข้อ: บทความที่น่าสนใจ
[จัดทำและสอนโดย อ. พิบูลย์ แจ้งสว่าง]
Follow เราได้ที่: facebook.com/ThaiBizSolutions

เพิ่มเติม ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจําวัน เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด 

การทักทาย (Greetings) การทักทาย คำทักทายที่ควรทราบมีดังนี้

  • Good morning สวัสดี (เช้าถึงเที่ยงวัน)
  • Good afternoon สวัสดี (หลังเที่ยงวันถึงช่วงเย็น)
  • Good evening สวัสดี (ช่วงเย็นถึงกลางคืน)
  • Good day สวัสดี (ตลอดวัน)
  • Hello/Hi สวัสดี (เพื่อนหรือคนรู้จักทั่วไป)

การสอบถามทุกข์-สุข สำนวนที่ใช้สอบถามว่าสบายดีหรือ ได้แก่

  • How are you? (เน้นเรื่องสุขภาพ)
  • How are you going? (อังกฤษ) How are you doing? (อเมริกัน)
  • How’s it going? (เน้นความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน)
  • How have you been? (ในกรณีนาน ๆ เจอกันที)
  • How’s your life?
  • How’s everything?
  • How are things (with you)?

การตอบ ตัวอย่างการตอบ ได้แก่

  • (I’m) fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ
  • Good. สบายดี
  • Very well สบายดีมาก
  • I’m O.K. ก็ดี
  • So so. ก็งั้น ๆ
  • Not (too) bad ก็ไม่เลว
  • Great! เยี่ยม, วิเศษ

การอำลา (Leave Taking) การอำลา ตัวอย่างคำกล่าวลา ได้แก่

  • See you again….. พบกันใหม่ ….. (เป็นทางการ) เช่น
    (เช่น See you again tomorrow/next time/next week/next month/next year/on Monday. เป็นต้น)
  • See you later/soon/then. เดี๋ยวเจอกันนะ
  • Have a nice day/time. โชคดีนะ/วันนี้ขอให้มีความสุขนะ
  • Have a nice holiday. ขอให้มีความสุขในวันหยุดนะ
  • Have a nice weekend. ขอให้มีความสุขในวันสุดสัปดาห์นะ
  • Have a good time. ขอให้มีความสุขนะ/ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ
  • Have a good/nice trip ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ
  • Take care (of yourself) ดูแลตัวเองด้วย/รกษาเนื้อรักษาตัวด้วย ั
  • Sweet dreams / Sleep well ฝันดีนะ/นอนหลับให้สบายนะ
  • Good luck./Be successful. โชคดี/ขอให้ประสบความสำเร็จ
  • Good night. ราตรีสวัสดิ์/ไปแล้วนะ (ใช้ลาตอนกลางคืน)
  • Goodbye/Bye ไปแล้วนะ/ไปล่ะ

การแนะนำตนเองและผู้อื่น (Introducing Oneself and Others)

การแนะนำตนเอง

  • Let me introduce myself. ขอแนะนำตัวเอง
  • May I introduce myself? ขอแนะนำตัวเอง
  • I’m/My name’s Udom Chaiyo. ผมชื่ออุดม ไชโย
  • I’m Thai. ฉันเป็นคนไทย
  • I’m from Thailand. ผมมาจากประเทศไทย
  • I’m a student at …….. College. ฉันเป็นนักเรียนที่วิทยาลัย …..
  • I study at …………… College. ผมเรียนอยู่ที่วิทยาลัย …..
  • I’m teaching at …………… College. ผมสอนอยู่ที่วิทยาลัย …..
  • I’m a teacher of ….. at ….. College. ผมเป็นครูวิชา ….. ที่วิทยาลัย …..
  • I work at ….. College. ฉันทำงานที่วิทยาลัย …..
  • I live in Chonburi. ผมอยู่ชลบุรี
  • I’m in the first year. ผมอยู่ปี 1
  • I’m a second year student. ฉันเป็นนักเรียนปี 2
  • I study ………………. ผมเรียนสาขา ……..
  • My field of study is …………. สาขาวิชาที่ผมเรียนคือ …………
  • My college is in Rayong. วิทยาลัยฉันอยู่ที่ระยอง

อื่น ๆ

  • Certificate of Vocational Education ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
  • Diploma of Vocational Education ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

การแนะนำผู้อื่น

  • This is Peter. นี้คือปีเตอร์
  • I’d like you to know Peter. ผมอยากให้คุณรู้จักปีเตอร์
  • I’d like to introduce you to Wanna. ผมอยากแนะนำคุณให้รู้จักวรรณา
  • I want to introduce my friend May. ผมอยากจะแนะนำเมย์เพื่อนผม
  • I want you to meet my friend John. ผมอยากให้คุณพบจอห์นเพื่อนผม
  • Here’s Sawat and that’s Suphon. นี่สวัสดิ์ และนั่นสุพล

คำแสดงความยินดีที่ได้รู้จัก ได้แก่

  • (It’s) nice/good to meet/see you.
  • (I’m) pleased to meet/see you.
  • (I’m) glad to meet/see you.
  • It’s a pleasure to meet you.

การตอบ ให้เพิ่มคำว่า too ที่หมายถึง ‘เช่นเดียวกัน’ เช่น

  • Nice to see you, too. ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกัน

การให้และขอข้อมูลส่วนบุคคล (Giving and Asking for Personal Information)

ข้อมูลส่วนตัว

  • How old are you? คุณอายุเท่าไร
    (I’m) seventeen. ผมอายุ 17 ปี
  • How tall are you? คุณสูงเท่าไร
    I’m 170 centimeters tall. ฉันสูง 170 ซ.ม.
  • How much do you weigh? คุณหนักเท่าไร
    (I weigh) 65 kilograms. (ผมหนัก) 65 กิโลกรัม

ข้อมูลครอบครัว

  • How many people are there in your family? มีกี่คนในครอบครัวคุณ
  • How many brothers and sisters do you have? คุณมีพี่น้องกี่คน
    I have 2 brothers/sisters. ผมมีพี่น้องผู้ชาย/หญิง 2 คน
    I don’t have any brothers or sisters. ผมไม่มีพี่น้องเลย
    There are 7 people in my family. ครอบครัวผมมี 7 คนด้วยกัน
  • My grandparents live with us. ปู่ ย่า (ตา ยาย) อยู่กับเราด้วย
  • What does your father do? พ่อคุณทำงานอะไร
    My father is a teacher. พ่อผมเป็นครู
  • Does your mother work? แม่คุณทำงานหรือเปล่า
    She works with government. แม่เป็นข้าราชการ
    She doesn’t work. แม่ไม่ได้ทำงาน
  • What do you want to be (in the future)? คุณอยากเป็นอะไร (ในอนาคต)
    I want to be a pilot. ผมอยากเป็นนักบิน
    I haven’t decided yet. ยังไม่ได้ตัดสินใจ

การขอบคุณ (Thanking) การขอบคุณ สำนวนที่ใช้ในการขอบคุณ ได้แก่

  • Thanks you (very much). ขอบคุณ (มาก)
  • Thanks (a lot). ขอบใจ (มาก)
  • Thank you for …………….. ขอบคุณสำหรับ เช่น
  • Thank you for your present. ขอบคุณสำหรับของขวัญ
  • Thank you for everything. ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
  • Thank you for your help. ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ
  • I really appreciate that. ผมรู้สึกประทับใจจริง ๆ

การตอบรับคำขอบคุณ

  • You’re welcome. ไม่เป็นไร
  • Don’t mention it. ไม่เป็นไร
  • Not at all. ไม่เป็นไร
  • It’s nothing. ไม่เป็นไร
  • That’s all right. / That’s O.K. ไม่เป็นไร
  • (It’s) a pleasure. ด้วยความยินดี
  • My pleasure./With pleasure. ด้วยความยินดี
  • Don’t worry (about it). อย่ากังวลไปเลย
  • No problem. ไม่มีปัญหา

การขอโทษ (Apologizing)การขอโทษ สำนวนที่ใช้ในการขอโทษ ได้แก่

  • I’m sorry. ผมขอโทษ
  • I’m sorry. I’m late. ขอโทษที่มาช้า
  • I’m sorry I troubled you. ขอโทษที่ทำให้ต้องลำบาก
  • Excuse me, please. ขอโทษครับ/ค่ะ
  • Excuse me for interrupting. ขอโทษที่รบกวน
  • Excuse me for a moment. ขอโทษขอเวลาสักครู่

การให้อภัย สำนวนที่ใช้ในการตอบรับคำขอโทษ

  • That’s all right. ไม่เป็นไร (ตอบรับคำขอโทษ)
  • Don’t worry (about it). อย่ากังวลไปเลย
  • No problem. ไม่มีปัญหา
  • That’s O.K. หรือ I’m O.K. ไม่เป็นไร หรือ ผมไม่เป็นไร

การถามเวลา (Asking for Time)
การถาม

  • Excuse me. What time is it? ขอโทษครับ กี่โมงแล้วครับ
  • Could you tell me the time, please? ขอโทษครับกี่โมงแล้ว
  • Do you have a time? กี่โมงแล้ว (คุณมีนาฬิกาไหม)

การตอบ

  • (It’s) seven o’clock. 7 นาฬิกา
  • Six twenty/Twenty past six 6.20
  • Five to four/Three fifty-five 3.55
  • A quarter past eight/Eight fifteen 8.15
  • Half past ten/Ten thirty 10.30
  • A quarter to ten/Nine forty-five 9.45
  • Noon เที่ยงวัน
  • Midnight เที่ยงคืน
  • In the morning ตอนเช้า
  • In the afternoon ตอนบ่าย
  • In the evening ตอนเย็น
  • At night ตอนกลางคืน

การถามชื่อ ที่อยู่และการเรียน (Asking about Name, Address, Study and Work)

การถามชื่อ

  • What’s your name? คุณชื่ออะไร
  • What’s your surname? นามสกุลอะไร
    (family name, last name, second name = นามสกุล)

การถามที่อยู่

  • Where are you from? คุณมาจากไหน
  • Where do you come from? คุณมาจากไหน
  • Where do you live? คุณอยู่ที่ไหน
  • Where are you staying now? ตอนนี้คุณพักอยู่ที่ไหน
  • What is your village? คุณอยู่หมู่บ้านอะไร
  • What’s your address? ที่อยู่ของคุณคืออะไร
  • Could I/May I have your address? ขอทราบที่อยู่ของคุณได้ไหม
  • Could you tell/give me your address? กรุณาบอกที่อยู่ของคุณได้ไหม
  • Could you write your address for me? กรุณาเขียนที่อยู่ของคุณได้ไหม

การถามเกี่ยวกับการเรียน

  • What do you study? คุณเรียนอะไร
  • Where do you study? คุณเรียนที่ไหน
  • What is your school? โรงเรียนคุณอยู่ที่ไหน
  • What school are you in? คุณอยู่โรงเรียนอะไร
  • What year are you in? คุณอยู่ปีไหน/ชั้นอะไร
  • Do you have a part-time job? คุณมีงานพิเศษหรือเปล่า

การถามทิศทาง (Asking for Directionx)

การถามทิศทาง

  • Excuse me. ขอโทษครับ (ใช้เริ่มก่อนการถาม)
  • Do you know where …… is? คุณรู้ไหมว่า ……. อยู่ที่ไหน
  • Do you know where Michael is? คุณรู้ไหมว่า ไมเคิลอยู่ที่ไหน
  • Do you know where the toilet is? คุณรู้ไหมว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน
  • Do you know the way to….? คุณรู้จักทางที่จะไป .. ไหม
  • Where is the nearest public telephone? โทรศัพท์สาธารณะใกล้ทีสุดอยู่ที่ไหน
  • How can I get to…..? ไม่ทราบว่าผมจะไป …. ได้อย่างไร

การบอกทิศทาง

  • Turn left. / Turn right. เลี้ยวซ้าย / เลี้ยวขวา
  • On the left. / On the right. ทางซ้าย / ทางขวา
  • Go straight. ตรงไปข้างหน้า
  • Go straight on./Go ahead. ตรงไปข้างหน้า
  • Go past. / Walk past. เดินผ่านไป
  • Keep going until you get to…. เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง…..
  • Take the first/second turn. เลี้ยวที่แยกแรก / แยกที่สอง
  • It’s near/close to ….. มันอยู่ใกล้กับ
  • It’s not far from here. ไม่ไกลจากที่นี่
  • It’s very far from here. มันไกลจากที่นี่มาก
  • It’s 5 kilometers from here. มันอยู่ห่างจากนี่ 5 กิโลเมตร
  • It’s about 500 meters away from here. มันอยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 500 เมตร

การสอบถามเรื่องสุขภาพ (Asking about Health)

คำถาม

  • Are you all right? เธอสบายดีหรือ
  • What’s the matter? เป็นอะไรครับ
  • What’s the matter with you? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น (กับคุณ) หรือ
  • What happened? เกิดอะไรขึ้นหรือ
  • What are your symptoms? อาการของคุณเป็นอย่างไรบ้าง
  • Do you have a headache? คุณมีอาการปวดศีรษะไหม
  • Do you have fever/high temperature? ตัวร้อนหรือไข้ขึ้นไหม
  • How do you feel now? ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร
  • Did you get hurt? คุณเจ็บหรือเปล่า

สำนวนอื่น ๆ

  • You look very well. คุณดูมีความสุขดีนะ
  • You don’t look well. เธอดูไม่สบายเลยนะ
  • You look (very) pale. เธอดูหน้าซีด (มาก)
  • I feel better./I’m getting better. ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว
  • I feel sick. ฉันรู้สึกไม่สบาย
  • I am all right now. ตอนนี้ฉันสบายดี
  • I’m much better. ฉันดีขึ้นมากเลย
  • I have a headache/toothache. ฉันปวดหัว/ปวดฟัน
  • I have a stomachache/backache. ฉันปวดท้อง/ปวดหลัง
  • I have a sore eye/throat. ฉันเจ็บตา/เจ็บคอ
  • I have a cold. ฉันเป็นหวัด
  • I have a slight fever. ฉันเป็นไข้นิดหน่อย
  • I feel chilly/dizzy. ฉันรู้สึกหนาวสั่น/มึนหัว
  • I have a terrible cold. ฉันเป็นหวัดรุนแรงมาก
  • My leg hurts. เจ็บขา
  • I guess I’m just tired. ฉันคิดว่า ฉันแค่เหนื่อยเท่านั้น
  • It’s nothing. How come? ไม่มีอะไรหรอก ทำไมหรือ
  • You should stay in bed. เธอควรจะกลับไปนอนพักผ่อนดีกว่า
  • You should see a doctor. เธอควรจะไปนอนดีกว่า
  • You should take some medicines. เธอควรจะกินยาดีกว่า
  • It’s not serious. ไม่ร้ายแรงหรอก

ศัพท์อื่น ๆ

  • an earache ปวดหู
  • a cough อาการไอ
  • a burn แผลไฟไหม้
  • bruise แผลถลอก
  • stress อาการเครียด
  • sore muscles ปวดกล้ามเนื้อ
  • the hiccups อาการสะอึก
  • aspirin ยาแอสไพริน
  • eye drops ยาหยอดตา
  • ear drops ยาหยอดหู
  • pill/tablet ยาเม็ด
  • bandages ผ้าพันแผล
  • constipation โรคท้องผูก
  • asthma โรคหืด
  • high blood pressure ความดันโลหิตสูง
  • hemorrhoids ริดสีดวงทวาร
  • skin disease โรคผิวหนัง
  • ambulance รถพยาบาล
  • homesick โรคคิดถึงบ้าน
  • a rash ผื่นคัน
  • an allergy อาการแพ้
  • prescription ใบสั่งยา
  • diabetes โรคเบาหวาน
  • injection การฉีดยา

การพูดคุยเกี่ยวกับสภาพอากาศ (Talking about Weather)

  • How do you think about the weather in Thailand?
    คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับอากาศที่เมืองไทย
  • How is the weather like in Canada?
    แล้วที่แคนาดาอากาศเป็นอย่างไร
  • There are three seasons in Thailand.
    ประเทศไทยมี 3 ฤดู
  • What are they?
    มีฤดูอะไรบ้าง
  • Winter, summer, and rainy seasons.
    ฤดูหนาว ร้อน และฝน
  • We don’t have spring and autumn.
    เราไม่มีฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง
  • Could you tell me about the weather in each season?
    ช่วยเล่าเกี่ยวกับอากาศในแต่ละฤดูให้ฟังหน่อยได้ไหม
  • How long is each season?
    แต่ละฤดูนานเท่าไร
  • The weather is good today, isn’t it?
    วันนี้อากาศดีนะ
  • I like this kind of weather.
    ฉันชอบอากาศแบบนี้

การเสนอให้ความช่วยเหลือ (Offering Help)

การเสนอ สำนวนที่มักใช้ ได้แก่

  • Can I help you? มีอะไรให้ผมช่วยไหม
  • Would you like me to help you? คุณอยากให้ฉันช่วยไหม
  • Let me help you with this. ขอให้ผมช่วยคุณเรื่องนี้เถอะ
  • Can I give you a hand? ฉันขอช่วยคุณได้ไหม

การตอบรับความช่วยเหลือ

  • Thank you very much. You’re so kind. ขอบคุณมาก คุณกรุณามากเลย
  • Thanks. It’s very kind/nice of you. ขอบคุณ คุณดีมากเลย

การตอบรับความช่วยเหลือ

  • Thank you very much. You’re so kind. ขอบคุณมาก คุณกรุณามากเลย
  • Thanks. It’s very kind/nice of you. ขอบคุณ คุณดีมากเลย

การปฏิเสธความช่วยเหลือ

  • Thanks a lot. But I think I should do that myself.
    ขอบคุณมาก แต่ผมคิดว่าผมควรทำเอง
  • Thank you very much. But I should be responsible for that.
    ขอบคุณมาก แต่ผมควรรับผิดชอบมันเอง

การขอร้อง (Requesting)

การขอร้อง

  • Can/Could I ….., please? ผมสามารถ …. ได้ไหม
  • Can you help me? คุณช่วยผมได้ไหม
  • Would you mind ….? คุณจะช่วย ….. ได้ไหม
  • Do you mind …..? คุณจะช่วย ….. ได้ไหม

การตอบรับคำขอร้อง

  • Yes./Yes, of course. ได้/ได้เลย
  • Sure! ได้เลย
  • No problem! ไม่มีปัญหา

การปฏิเสธคำขอร้อง

  • Sorry./I’m sorry. ผมเสียใจ
  • I’m sorry. I need it myself. ผมเสียใจ ผมจำเป็นต้องใช้
  • I’m afraid I can’t. ผมเกรงว่าจะไม่ได้

การแสดงความคิดเห็น (Expressing an Opinion)

การเห็นด้วย มีสำนวนที่ใช้อยู่หลายสำนวน เช่น

  • I agree. ผมเห็นด้วย
  • So do I. ฉันก็เช่นกัน
  • That’s a good idea. เป็นความคิดที่ดี
  • You’re right. ถูกของคุณ

ใช้อย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างเพื่อนฝูง เช่น

  • Good idea! ความคิดเยี่ยม!
  • That sounds great! ฟังดูเยี่ยมเลย!
  • Wonderful! วิเศษ!

การไม่เห็นด้วย

  • I don’t agree. ผมไม่เห็นด้วย
  • I think you’re wrong. ผมคิดว่าไม่ใช่
  • I don’t think so. ผมไม่คิดเช่นนั้น
  • I’m not sure. ฉันไม่แน่ใจ
  • I wouldn’t do that. ผมจะไม่ทำเช่นนั้น (ไม่เห็นด้วย)

การถาม

  • Do you have any (good) ideas? เธอมีความคิดอะไร (ดี ๆ) ไหม

การกล่าวชมเชย (Admiring)

สำนวนที่ใช้อย่างเป็นทางการ ได้แก่

  • I would like to compliment you on …. ฉันอยากจะชอชมเชยคุณในเรื่อง ….

สำนวนที่ใช้พูดกับเพื่อน ๆ อย่างไม่เป็นทางการ ได้แก่

  • That’s nice. ดีจัง
  • That’s excellent. วิเศษจัง
  • Well done. ดี
  • Brilliant! วิเศษ
  • Great! เยี่ยม
  • Pretty good. ดี

ตัวอย่างสำนวนในการชมเชย

  • I really like your hairstyle. ผมชอบทรงผมของคุณจริง ๆ
  • I love your work. ผมชอบผลงานของคุณมาก
  • I think your idea is very nice. ฉันคิดว่าความของคุณดีมาก
  • Your watch is very beautiful. นาฬิกาของคุณสวยมาก
  • What a nice bag! ช่างเป็นกระเป๋าที่สวยอะไรเช่นนี้

การตอบรับคำชม

  • Oh, thank you. I just got it yesterday. ขอบคุณ ผมเพิ่งได้มาเมื่อวานนี้เอง
  • Oh, thanks. My friend gave it to me. ขอบคุณ เพื่อนผมให้มา
  • Thank you. I’m glad you like it. ขอบคุณ ผมดีใจที่คุณชอบมัน
  • Thank you. It’s nice of you to say. ขอบคุณ ดีจังที่คุณชม
  • Thank you. Yours is also very nice. ขอบคุณ ของคุณก็ดีเช่นกัน

การแสดงความยินดี

  • Congratulations!
    ขอแสดงความยินดี
  • Happy Birthday
    สุขสันต์วันเกิด
  • Congratulations on your appointment/promotion/success//graduation.
    ขอแสดงความยินดีด้วยกับตำแหน่งใหม่/ความสำเร็จ/การศึกษาของคุณ
  • Congratulation on your winning the prize/award/contest.
    ขอแสดงความยินดีกับการชนะรางวัล/การแข่งขันของคุณ
  • Please give her my congratulations.
    ขอฝากแสดงความยินดีกับเธอด้วย
  • Please accept my congratulations.
    โปรดรับความยินดีของผมด้วย

การเชิญ (Inviting)

การเชิญ

  • Would you like to join the ride? คุณจะนั่งรถไปด้วยกันไหม
  • How about playing football? เล่นฟุตบอลกันไหม
  • Do you want to go swimming? คุณอยากไปว่ายน้ำไหม

การตอบรับคำเชิญ

  • Thank you. I’d love to. ขอบคุณ ตกลง
  • Thanks. That sounds fun. ขอบคุณ ฟังดูน่าสนุกนะ
  • Thanks a lot. That sounds great! ขอบคุณ ฟังดูเยี่ยมเลย

การปฏิเสธคำเชิญ

  • I’m sorry but I’m so busy. ผมเสียใจ ผมไม่ว่าง
  • I’m sorry. I can’t. I have something to do. ผมเสียใจ ผมมีอะไรต้องทำ
  • I’m sorry. I already have a plan this evening. ผมเสียใจ ผมไม่ว่างเย็นนี้

สำนวนอื่น ๆ ได้แก่

  • Thank you for your invitation. ขอบคุณที่เชิญมา
  • Thank you for inviting me. ขอบคุณที่เชิญมา
  • Thank you for coming. ขอบคุณที่มา
  • I’m glad you could come. ดีใจที่เธอมาได้
  • It’s good to see you. ดีใจที่ได้พบคุณ
  • Come in, please. เข้ามาข้างในก่อน
  • Could I see Mary? ขอพบแมรี่ได้ไหม
  • Just a moment, please. รอสักครู่นะ
  • I’m sorry. She is out now. เสียใจด้วย ตอนนี้เธอออกไปข้างนอก
  • Have/take a seat, please. เชิญนั่ง
  • I’ve been waiting for you. ผมกำลังรอคุณอยู่
  • I was afraid you weren’t coming. ฉันคิดว่าคุณจะไม่มาแล้ว

คำและสำนวนอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน (Other Words & Expressions in Everyday Life)

ศัพท์และวลีที่ควรรู้

ยานพาหนะ & การขนส่ง

  • car รถยนต์
  • taxi รถแท็กซี่
  • bus รถประจำทาง
  • coach รถทัวร์
  • train รถไฟ
  • plane/airplane เครื่องบิน
  • boat เรือ
  • port/pier ท่าเรือ
  • bus stop ป้ายรถเมล์
  • bus terminals สถานีขนส่ง
  • airport สนามบิน
  • domestic ภายในประเทศ
  • international ระหว่างประเทศ
  • railway station สถานีรถไฟ
  • sky/electric train รถไฟฟ้า
  • underground/subway รถไฟใต้ดิน
  • bicycle/bike รถจักรยาน
  • motorcycle/motorbike รถจักรยานยนต์
  • tricycle รถสามล้อถีบ
  • Tuk-Tuk รถตุ๊กตุ๊ก
  • van รถตู้
  • truck/lorry รถบรรทุก
  • express way ทางด่วน
  • highway ทางหลวง
  • footpath/pavement ทางเท้า
  • (pedestrian) crossing ทางม้าลาย
  • short cut ทางลัด
  • take a bus นั่งรถเมล์
  • take a ferry นั่งเรือข้ามฟาก
  • by bus โดยรถเมล์
  • get on ขึ้น (รถเมล์)
  • get off ลง (รถเมล์)
  • get in ขึ้น (รถ)
  • fare ค่าโดยสาร

ตำแหน่งที่ตั้งและทิศทาง

  • opposite ตรงข้าม
  • across from ตรงข้าม
  • near ใกล้
  • far ไกล
  • next to ติดกับ/ถัดจาก
  • beside ข้าง ๆ
  • close to ใกล้ ๆ กับ
  • in front of ข้างหน้า
  • behind ข้างหลัง
  • between ระหว่าง
  • on the right (hand/side) ด้านขวามือ
  • on the left (hand/side) ด้านซ้ายมือ
  • on the corner of ตรงหัวมุม
  • on บน
  • in ใน
  • at ที่

กิจวัตรประจำวัน

  • wake up ตื่นนอน/รู้สึกตัว
  • get up ตื่นนอน, ลุกขึ้น
  • breakfast อาหารเช้า
  • brunch อาหารเข้า+กลางวัน
  • lunch อาหารกลางวัน
  • dinner อาหารเย็น
  • early แต่เช้า, ก่อน
  • late ช้า, สาย, ดึก
  • activities กิจกรรม
  • routine กิจวัตรประจำวัน
  • hobby งานอดิเรก
  • leave home ออกจากบ้าน
  • arrive at college ไปถึงวิทยาลัย
  • get/arrive home กลับถึงบ้าน
  • free/spare time เวลาว่าง
  • weekend วันหยุดสุดสัปดาห์
  • weekday/working day/workday วันธรรมดา/วันทำงาน (จันทร์-ศุกร์)

ลักษณะการกระทำ

  • always เสมอ ๆ
  • usually ปกติ
  • often บ่อย ๆ
  • sometimes บางครั้ง
  • occasionally บางโอกาส
  • seldom ไม่ค่อยจะ
  • from time to time บางครั้งบางคราว
  • rarely แทบจะไม่
  • ever เคย
  • never ไม่เคย

กิจกรรมบันเทิงและสันทนาการ

  • go to the cinema/movies ไปดูหนัง
  • go to see a film/movie ไปดูหนัง
  • action movies หนังบู๊
  • comedies หนังตลก
  • horror movies หนังสยองขวัญ/ผี
  • musicals หนังเพลง
  • romance movies หนังรัก/โรแมนติก
  • drama หนังชีวิต
  • thrillers หนังตื่นเต้นหวาดเสียว
  • tragedies หนังโศกนาฏกรรม
  • science fiction หนังเชิงวิทยาศาสตร์
  • opera ละคร
  • soap opera ละครทีวี/วิทยุ

สำนวนประโยคที่ควรรู้

  • I like to sing./I like singing. ฉันชอบร้องเพลง
  • I like to read./I like reading. ฉันชอบอ่านหนังสือ
  • I’d like a glass of water, please. ขอน้ำแก้วหนึ่งครับ
  • Samet is a beautiful island. เสม็ดเป็นเกาะที่สวยงามแห่งหนึ่ง
  • I have an appointment with a friend tonight. ผมมีนัดกับเพื่อนคืนนี้
  • How do you say that? คุณพูดว่าอย่างไร
  • How do you do that? คุณทำยังไง
  • How do you spell that? คุณสะกดอย่างไร
  • Open the door, please. กรุณาเปิดประตูด้วย
  • Close the windows, please. กรุณาปิดหน้าต่างด้วย
  • Press the button here, please. กรุณากดปุ่มตรงนี้
  • Turn the light on, please. กรุณาเปิดไฟ
  • Turn the light off, please. กรุณาปิดไฟ
  • Let’s have something to eat. หาอะไรกินกันเถอะ
  • Would you like something to eat? คุณอยากกินอะไรไหม
  • Don’t look so serious. อย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้น
  • Don’t be serious. อย่าคิดมาก/ไม่ต้องคิดหนัก
  • Relax/Calm down. ใจเย็น ๆ (อย่าคิดมาก)
  • I’m serious./I really mean it! ผมพูดจริงนะ
  • I speak a little English. ผมพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย
  • I can speak a bit of English. ผมสามารถพูดภาษาอังกฤษได้เล็กหน่อย
  • Somchai is going out with Somsri. สมชายออกไปกับสมศรี
  • I’m sorry. Mike is not in now. เสียใจด้วย ตอนนี้ไมค์ไม่อยู่
  • I got angry with him. ฉันโมโหเขา
  • Are you angry at me? คุณโกรธฉันหรือเปล่า
  • Would you like ice cream? คุณอยากทานไอศครีมไหม
  • Would you care for ice cream? คุณอยากทานไอศครีมไหม
  • Would you like to go to ….? คุณอยากไป …… ไหม
  • What will you do tomorrow? คุณจะทำอะไรพรุ่งนี้
  • I’d like some coffee, please. ผมขอกาแฟ
  • Help me, please. กรุณาช่วยฉันด้วย
  • Can you help me with this? กรุณาช่วยผมเรื่องนี้ด้วย
  • There are ………… มี ………… (มากกว่า 1 อย่าง)
  • There is ………… มี ………… (1 อย่าง)
  • How’s your work? งานคุณเป็นอย่างไรบ้าง
  • How’s your study? การเรียนคุณเป็นอย่างไรบ้าง
  • How was your holiday? พักร้อนเป็นอย่างไรบ้าง
  • How was your weekend? เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
  • How’s your fried rice? ข้าวผัดอร่อยไหม
  • Great! อร่อยมาก
  • How’s yours? แล้วของคุณล่ะ
  • How’s John? จอห์นเป็นอย่างไร (สบายดีหรือ)
  • What’s Somchai like? สมชายเป็นคนแบบไหน
  • He’s very kind/talkative/cheerful. เขาเป็นคนใจดี/ช่างพูด/ร่าเริง
  • He always looks happy. เธอมักจะดูมีความสุขเสมอ
  • She’s very honest/patient. เธอเป็นคนซื่อสัตย์/อดทน
  • She’s very serious/shy. เธอเป็นคนจริงจัง/ขี้อาย
  • What’s Bangkok like? กรุงเทพ ฯ เป็นอย่างไร
  • What do you think of Thailand? คุณคิดอย่างไรกับประเทศไทย
  • Where are you going? กำลังจะไปไหน
  • What are you doing? กำลังทำอะไรอยู่
  • What will I do?/What am I going to do? ผมจะทำอย่างไร
  • Do you enjoy the work? คุณชอบงานนั้นไหม
  • Was it fun? มันสนุกไหม
  • Can you swim? คุณว่ายน้ำได้ไหม
  • Do you smoke? คุณสูบบุหรี่หรือเปล่า
  • The show was fun. การแสดงสนุกจัง
  • I’ve been to Patthaya. ผมเคยไปพัทยา
  • I’ve seen you before. ฉันเคยเห็นคุณมาก่อน
  • I must go./I have to go. ผมต้องไปล่ะ
  • I’m interested in cooking. ฉันสนใจการทำอาหาร
  • Cooking is interesting. การทำอาหารน่าสนใจ
  • Could you please slow down? กรุณาพูดช้า ๆ หน่อยได้ไหม
  • Could you speak more slowly, please? กรุณาพูดช้า ๆ หน่อยได้ไหม
  • I’m bored. ฉันเบื่อ
  • It’s boring. มันน่าเบื่อ
  • I’m excited. ฉันรู้สึกตื่นเต้น
  • It’s exciting. มันน่าตื่นเต้น
  • Do you have any paper clips? คุณมีที่หนีบกระดาษไหม
  • I’d like to buy some drink? ผมอยากจะซื้ออะไรดื่มสักหน่อย
  • It’s getting late/dark? จะสายแล้ว/จะมืดแล้ว
  • I’d better be going now. ผมไปตอนนี้ดีกว่า
  • I’ve had a good time this evening. ผมสนุกมากเลยเย็นนี้
  • I enjoyed the dinner very much. อาหารมื้อเย็นนี้เยี่ยมมาก
  • Say hello to Tom. ฝากสวัสดีทอมแทนผมด้วย
  • Pass my regards to Kelly. ฝากความระลึกถึงแคลลี่แทนผมด้วย
  • Pass my love to Jane. ฝากความรักถึงเจนให้ผมด้วย
  • Take care of yourself. ดูแลตัวเองด้วยนะ
  • Take it easy. ทำตัวตามสบายนะ
  • Please come and see me again. แล้วมาหาใหม่นะ
  • When can I see you next time? แล้วจะพบกันอีกเมื่อไร
  • It’s a nice day. วันนี้อากาศดีจังนะ
  • I can’t find ………….. ผมหา …. ไม่เจอ
  • Hurry up! รีบ ๆ หน่อย
  • Don’t bother me. อย่ากวนผมสิ
  • I’m coming. ผมกำลังไป
  • That’s my favorite dish. นั่นเป็นอาหารจานโปรดของผม
  • I don’t like that. ฉันไม่ชอบอย่างนั้น
  • I’m going to bed. ผมจะเข้านอนแล้ว
  • Will you wake me up at 6 o’clock? ปลุกฉันตอน 6 โมงได้ไหม
  • I was up late last night. เมื่อคืนผมนอนดึก
  • I’m going to play football. ผมจะเล่นฟุตบอล
  • What time are you coming back? เธอจะกลับมากี่โมง
  • Around five. ราว ๆ 5 โมงเย็น
  • We’ll start at ten. เราจะเริ่มเวลา 10 โมง
  • That’s great/wonderful. เยี่ยม/วิเศษเลย
  • Bring the camera. เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย
  • Don’t forget anything. อย่าลืมอะไรนะ
  • I can’t go with you. ฉันไปกับพวกเธอไม่ได้
  • Can you wait a moment? รอสักครู่ได้ไหม
  • I’ll be waiting for you at …… at four. ผมจะรอคุณที่ … ตอน 4 โมง
  • What do you do in your spare time? เธอทำอะไรในเวลาว่าง
  • What do you do when you have a free time? เธอทำอะไรในเวลาว่าง
  • I listen to music. ฉันฟังเพลง
  • What kind of music do you like? คุณชอบดนตรีประเภทไหน
  • Pop music. เพลงป๊อบ
  • Are you interested in ……? คุณสนใจใน ….. หรือเปล่า
  • Do you like ….? คุณชอบ ….. ไหม
  • I read books. ฉันอ่านหนังสือ
  • I like fishing. ฉันชอบตกปลา
  • Do you have a hobby? คุณมีงานอดิเรกไหม
  • What are your hobbies? งานอดิเรกของคุณคืออะไร
  • I collect stamps/coins. ผมสะสมแสตมป์/เหรียญกษาปณ์
  • I’m hungry/thirsty. ฉันหิว/หิวน้ำ
  • How did you make it? คุณทำมันอย่างไร
  • How do you like it? คุณชอบแบบไหน
  • When will you be ready? คุณจะพร้อมเมื่อไร
  • Next Monday. วันจันทร์หน้า
  • Something is wrong with this tape recorder. มีสิ่งผิดปกติกับเครื่องเล่นเทปนี้
  • The lamp doesn’t light. โคมไฟไม่มีแสง
  • It doesn’t work. มันไม่ทำงาน
  • Will you take a look at it for me? ช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหม
  • I think it’s broken. ฉันคิดว่ามันเสีย
  • It’s not plugged in. ไม่ได้เสียบปลั๊กน่ะ
  • Can you fix/repair it for me? เธอช่วยซ่อมมันให้ฉันหน่อยได้ไหม
  • There’s a fire someplace. เกิดไฟไหม้ขึ้นที่ไหนสักแห่ง
  • There’s been an accident somewhere. เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ไหนสักแห่ง
  • Let’s go and see. เราไปดูกันเถอะ
  • Is anybody hurt? มีใครได้รับบาดเจ็บไหม
  • Two people were injured. มีบาดเจ็บ 2 คน

ที่มา e4thai.com

เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด เก่งภาษาอังกฤษฝึกพูด เช้า เย็น คลิปเรียนภาษาอังกฤษ


เลี้ยงลูกให้เก่ง เลี้ยงลูกให้ฉลาด

No comments yet.

Leave a Reply